วันอาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2556

เปลี่ยนมอเตอร์พัดลมระบายความร้อนหม้อน้ำแลนเซอร์ อีคาร์

พัดลมระบายความร้อนหม้อน้ำรถยนต์ ทำหน้าที่ดูดเอาความร้อนจากหม้อน้ำออกมา และเป่าระบายความร้อนของเครื่องยนต์ไปด้วยในเวลาเดียวกัน

ระบบเดิม ๆ มันจะมีตัวเซ็นเซอร์ตรวจจับความร้อนจากเครื่องยนต์ เมื่ออุณหภูมิถึงระดับที่กำหนดไว้มันจะทำงานทันที เมื่อเย็นแล้วจึงหยุด บางทีขณะขับรถตอนกลางคืน หรือขณะฝนตก พัดลมนี้อาจทำงานน้อยลง แต่เมื่อได้ไปซ่อมแอร์เปลี่ยนชุดคอนเด็นเซอร์ใหม่ ช่างเขาเปลี่ยนคอนเด็นเซอร์ขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิมไปบังหม้อน้ำรถยนต์ ช่างแอร์เขาเลยต่อรีเลย์ควบคุมให้มอเตอร์ระบายความร้อนทำงานทั้งตอนแอร์ทำงานกับเครื่องยนต์ร้อน ดังนั้น พัดลมระบายความร้อนจึงทำงานเพิ่มขึ้น ทำให้มอเตอร์พัดลมเสื่อมเร็วขึ้น เมื่อปีที่แล้ว (มิ.ย. 2555) พัดลมจึงหมดอายุขัยเกินกว่าจะซ่อมได้ และประจวบเหมาะที่ไปเสียจังหวัดภูเก็ต หมดสิทธิ์ที่จะเลือกแนวทางการซ่อม จึงให้ช่างที่ขายพัดลมเปลี่ยนให้ เป็นของใหม่เขาบอกว่าเป็นของ MITSUBISHI แท้ (เฉพาะกล่อง) ราคา 1,200 บาท โดยประมาณ จึงตกลงให้เปลี่ยนให้

พัดลมดังกล่าวใช้ได้ปีกว่า ๆ ก็เกิดมีเสียงบุชดัง และฝืด เมื่อขณะที่ตัดการทำงาน พัดลมจะหยุดทันที ซึ่งเป็นอาการที่ผิดปกติของมอเตอร์พัดลม ซึ่งปกติมันจะหมุนต่อด้วยแรงเฉี่อยไปอีกระยะหนึ่ง เมื่อตรวจสอบดูปรากฏว่า มอเตอร์ตัวนี้บุชด้อยคุณภาพ ทำให้พัดลมทำงานหนัก เกิดความร้อน เสี่ยงต่อเกิดไฟไหม้ได้ โดยเฉพาะรถที่ติดแกสเป็นเชื้อเพลิง ดังนั้น อย่ารอให้มันเสีย หรือเกิดเหตุร้ายขึ้นก่อน จึงเลยมาหาอะไหล่พัดลมมือสองมาใช้แทนดีกว่า และมีความเชื่อว่าของติดรถ เป็นของแท้ ทน ถึก มากกว่าเกรดอะไหล่

มาถึงขั้นตอนการเปลี่ยนกันเลยดีกว่า

ขั้นตอนการถอดชิ้นส่วนพัดลมและอุปกรณ์ข้างเคียง

1. ถอดน็อตยึดเฟรมพัดลมของหม้อน้ำ 2 ตัว



2. ถอดน็อตยึดท่อยางเข้าหม้อน้ำ และสายยางไปท่อพักน้ำ ดังภาพ ตามลูกศรชี้




3. ถอดน็อตยึดเฟรมพัดลมคอนเด็นเซอร์เครื่องปรับอากาศ จำนวน 2 ตัว 



4. ถอดเฟรมพัดลมแอร์ออกมาก่อน โดยการดึงขึ้นมา ต้องถอดซ็อกเก็ตสายไฟออกก่อน (อยู่ด้านขวามือพัดลม) 
5. ถอดท่อน้ำทั้งสองเส้นออกชั่วคราวก่อน
6. ถอดซ็อกเก็ตขั้วสายไฟของมอเตอร์ระบายน้ำออกมา (อยู่ด้านหลัง-ตอนล่างของพัดลม)



7. ดึงเฟรมพัดลมหม้อน้ำออกมาเลย
8. นำเฟรมพัดลมมาถอดใบพัด และถอดมอเตอร์ออก


9. ใส่ของใหม่ (มือสอง สีดำ) เข้าแทนที่ 



   10. ตัดต่อสายไฟให้ถูกต้อง (ควรระวังขั้วบวก ลบ เพราะมีผลต่อทิศทางการหมุน) หากหมุนกลับทางทำให้การระบายอากาศไม่ได้ผล แล้วพันผ้าเทปให้เรียบร้อย


11. ใส่ทุกอย่างที่ถอดออกมากลับเข้าที่ตามเดิม

ข้อควรระวัง  ในการใส่ท่อยางกลับเข้าไป ควรให้ท่อยางยกขึ้นสูงจากจานจ่ายประมาณ 2-3 นิ้ว เพราะถ้าท่อยางสัมผัสกับจานจ่าย จะทำให้ฝาครอบจานจ่ายที่มีคุณสมบัติเป็นฉนวน จะเปลี่ยนเป็นตัวนำทำให้เครื่องยนต์ดับไม่ทราบสาเหตุได้ ผมเคยมีประสบการณ์มาแล้วจากช่างของศูนย์บริการที่ไม่มีความรู้

ระยะห่างดังภาพ


ซ่อมปลั๊กพ่วง

ปลั๊กไฟที่เป็นปลั๊กพ่วงราคา 100 - 300 บาทเมื่อชำรุด หลายคนนำไปทิ้ง ซื้อใหม่ดีกว่า แต่ในฐานะบล็อกเกอร์ DIY จึงนำวิกฤติเป็นโอกาสทันที ในวันนี้ขอนำเสนอการซ่อมปลั๊กพ่วง 2 ราง รางแรกชำรุดเนื่องจากหนูมากัดสายไฟขาด รางที่สองสวิทช์เสีย มาดูหลักฐานกันเลย



ขั้นตอนการซ่อม

1. ซื้อสายไฟอ่อน (VFF) ขนาด 2*1.0 sq.mm. และปลั๊กตัวผู้
2. ปอกสายไฟปลายด้านหนึ่งให้ฉนวนออกมาพอประมาณ นำสายไฟสอดในช่องฉนวนพันสายดังภาพ



2. เปิดฝาหลังด้วยไขควงปากแฉกขันสกรูทุกตัวออก
3. ถอดสายไฟเดิมออกโดยการบัดกรีเอาความร้อนไปแตะแล้วดึงออกมา ดังภาพ




4. ปลายสายอีกด้านปอกฉนวนออกมา บัดกรีด้วยการนำหัวแร้งไปแตะที่ปลายสายทองแดงแตะตะกั่วให้หลอมติดเป็นเนื้อเดียวกันทั้งสองเส้น
5. นำปลายสายทั้งสองไปบัดกรีกับแผงปลั๊กพ่วงตำแหน่งเดียวกับตอนถอดของเก่าออก ปิดฝาขันสกรูกลับเหมือนเดิม ผลลัพธ์ที่ได้ตัวที่หนึ่ง



ปลั๊กตัวที่ 2 สวิทช์เสีย แต่จะไม่เปลี่ยนสวิทช์ แต่ใช้วิธีบายพาสคือต่อตรงไปเลย ยกเลิกการใช้สวิทช์ เพราะสวิทช์ขนาดเล็กแบบนี้จะทนกระแสได้น้อย แม้ว่าในสเป็คจะเขียนว่า 5-15 แอมป์ แต่ผมไม่เชื่อว่าจะทนได้ถึง 15 แอมป์

ขั้นตอนการซ่อม มีดังนี้




1. ถอดฝาหลังออกมาเหมือนตัวแรก
2. บัดกรีย้ายปลายสายสีเหลืองที่ขั้วสวิทช์จากขั้วกลางไปยังขั้วบน (ย้ายจากลูกศรเล็กไปยังขั้วบน ลูกศรใหญ่)



3. บัดกรีให้ครบทั้ง 4 สวิทช์เหมือนกับข้อ 2
4. ปิดฝา ขันสกรู แล้วทดสอบการใช้งาน

เป็นอันเสร็จสิ้นการ DIY ในครั้งนี้

ขอแสดงความคิดเห็นในคุณภาพผลิตภัณฑ์ปลั๊กไฟที่ผลิตในประเทศไทยหน่อย

จากประสบการณ์ และภาพที่เห็นจะเห็นว่า ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดยคนไทยห่วย ๆ เหลือเกิน ให้สังเกตโลหะที่เป็นทองแดง เมื่อเปรียบเทียบกับของญี่ปุ่นจะเห็นชัดเจนว่า

ของไทย เมื่อเราเสียบปลั๊กตัวผู้ไปครั้งแรกบางครั้งหลวม บางทีแน่น แต่ครั้งต่อไปหลวมตลอด ทั้งนี้เพราะทองแดงหรือโลหะที่ใช้ไม่มีการวิจัยหาคุณสมบัติการเป็นสปริงเหมือนของญี่ปุ่น

ของไทยเป็นโลหะทองแดงล้วน ๆ ไม่ผสมโลหะใด ๆ ให้มีคุณสมบัติของความเป็นสปริงเลย

ผู้ซื้อไม่สามารถเปิดดูโลหะข้างในได้เลย แม้ว่าจะมีราคาแพงแล้วก็ตาม

ดังนั้นหากผู้ใช้ต้องการคุณภาพสูง ใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้ากระแสสูง เช่น เตารีด หม้อหุงเข้า จึงสมควรซื้อยี่ห้อ Panasonic, Clipsal มาประกอบเองดีกว่า

เปลี่ยนถ่ายน้ำระบบหล่อเย็น แก้ปัญหาน้ำลดรถแลนเซอร์ อีคาร์

DIY: Do it yourself ในครั้งนี้ขอนำเสนอ การเปลี่ยนถ่ายน้ำระบบหล่อเย็นด้วยตนเอง

ระบบน้ำหล่อเย็นในรถยนต์ ทำหน้าที่ระบายความร้อนเครื่องยนต์ขณะทำงาน โดยน้ำจะไหลวนเวียนเข้าไปในเครื่องยนต์แล้วนำความร้อนมาระบายออกด้วยพัดลมด้านหน้าของรถ บริเวณด้านหน้าจึงมีพื้นที่ให้รองรับน้ำมากขึ้น จึงได้มีหม้อน้ำ ซึ่งมีครีบอลูมิเนียมช่วยในการระบายอีกทอดหนึ่ง  เมื่อทำให้น้ำเย็นแล้ว ระบบปั๊มจะดูดน้ำเข้าห้องเครื่องยนต์ต่อไป ทำแบบนี้เป็นวัฎจักรไปเรื่อย ๆ จนเราดับเครื่องจึงหยุด

เมื่อจำนวนชั่วโมงการใช้งานมากขึ้น ระบบน้ำมักมีปัญหาอยู่ 2 ประการ คือ ปริมาณน้ำลดลงไปเฉย ๆ กับน้ำมีสนิม ทำให้หม้อน้ำตัน ซึ่งมีผลต่อการเกิดเข็มความร้อนในหน้าปัทสูงขึ้น  เครื่องยนต์ร้อนจนต้องจอดรถริมทาง ตามที่เคยเห็นคนที่ขับรถจอดข้างทาง แล้วเปิดฝากระโปรงมีควันพุ่งขึ้นนั้นแหละ

การเปลี่ยนน้ำในระบบหล่อเย็นด้วยตนเองก็เป็นวิธีป้องกันอย่างหนึ่ง ที่ไม่ให้เกิดเหตุการณ์เครื่องร้อนต้องจอดข้างทางกัน โดยปกติในคู่มือประจำรถมักจะบอกระยะกิโลเมตรเอาไว้ ว่าต้องเปลี่ยนทุก ๆ กี่ กม. แต่สำหรับรถที่มีอายุมากเป็น 10-20 ปี ถ้าทำตามคู่มือ เครื่องยนต์อาจเกิดปัญหาเสียก่อน ดังนั้น เจ้าของรถควรตรวจสภาพความพร้อมก่อนออกเดินทาง หรือตรวจอยู่บ่อย ๆ ได้แก่ น้ำลดลงหรือไม่ กับน้ำสกปรกเป็นสนิมมากหรือไม่

มาดูวิธีการเปลี่ยนกันเลยดีกว่า
คำเตือน ก่อนดำเนินการทั้งหมด เครื่องยนต์ต้องเย็นแล้วเท่านั้น

1. หมุนเปิด ท่อน้ำทิ้ง ซึ่งอยู่ด้านล่างของหม้อน้ำ

ที่อยู่ของเกลียวเปิดน้ำอยู่ ณ ตำแหน่งดังภาพ (มองจากด้านบนบริเวณหม้อน้ำ)



2. ปล่อยน้ำทิ้งออกให้หมด โดยการเปิดฝาด้านบน ผมมีเทคนิคที่ทำให้น้ำในถังพักออกให้หมดไปด้วย โดยการเอาฝ่ามือปิด-เปิด ๆ ฝาบน สักครู่น้ำจะดูดเอาน้ำจากถังพักออกมาด้วย วิธีการนี้คล้ายกับกาลักน้ำนั่นเอง หากน้ำในถังพักยังเป็นสนิมอยู่อีก มันจะไปผสมปนกับน้ำในหม้อน้ำเหมือนเดิม

3. เป็นวิธีการเฉพาะของผมเอง ผมมักจะใช้น้ำล้างภายในหม้อน้ำก่อน 1-2 ครั้ง โดยครั้งแรกให้น้ำไหลผ่าน ลงไปเฉย ๆ ครั้งที่ 2 โดยการปิดท่อน้ำทิ้งด้านล่าง แล้วใส่น้ำเข้าไปพอสมควร จัดการขย่มรถ ให้สนิมในน้ำออก ให้สังเกตสีของน้ำที่ไหลออก หากสะอาดแล้วก็เตรียม เติมน้ำให้เต็ม แล้วผสมน้ำยาคูลแลนต์ อัตราส่วนตามคำแนะนำข้างขวดใส่ลงในถังพัก

สำหรับกรณีน้ำลดลงไปเอง สาเหตุอาจเกิดจากการรั่วของฝาปิดด้านบน หรือด้านล่าง ถ้าเกิดจากการรั่วด้านล่าง อาจเกิดจากซีลยางเสื่อมหรือเกลียวเสื่อม ให้หาซื้อซิลยางที่ทนความร้อนมาใช้แทน หากเกลียวเสื่อมเป็นตามดก็ให้ใช้เทปพันเกลียวท่อประปามาพันชั่วคราวไปก่อนได้ ส่วนฝาบนต้องซื้อใหม่อย่างเดียว ขอให้พิจารณาซื้อที่คุณภาพดี ๆ ทนแรงดันได้สูง มีมาตรฐานสักนิดหนึ่ง

วิธีการพันเกลียวเทปล่อน



บทสรุป
การเปลี่ยนถ่ายน้ำระบายความร้อน เป็นการบำรุงรักษาก่อนที่มันจะเกิดปัญหา หากทำด้วยตนเองจะทำให้เข้าใจการทำงานของรถได้ดียิ่งขึ้น ปัญหาใหญ่ ๆ ก็จะไม่เกิดตามมา ลดค่าใช้จ่าย ที่สำคัญ คือ สิ่งที่เราทำได้ด้วยตนเองมันจะเกิดความภาคภูมิใจ รักรถมากยิ่งขึ้น อาจเป็นงานง่าย ๆ แต่เป็นจุดเริ่มต้น ทำให้มีกำลังใจที่จะทำงานที่ยากได้  ให้กำลังใจกับผู้ใช้รถทุกคนครับ

วันพุธที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2556

ซ่อมเมาส์ ใครเขาจะซ่อมกัน

เมาส์ราคาตัวละ 199 บาท เมื่อเวลาที่มันเสีย จะไม่มีใครเขาซ่อมกัน แต่ในฐานะที่เป็นเจ้าของเว็บ DIY : Do it yourself  จึงขอทดลองซ่อมให้ดูครับ

สาเหตุที่เมาส์เสีย หรือชำรุด ส่วนใหญ่มักเกิดจากสายไฟภายในตัวเมาส์ขาด หรือติด ๆ ขาด ๆ บริเวณด้านบนเมาส์ หรือที่สายพับงอบ่อยที่สุด จึงวินิจฉัยได้เลยว่า สายขาดใน วิธีการซ่อมเพียงเราตัดสายที่ขาด แล้วนำไปต่อโดยตรงกับตัว connector มันคงจะทำงานได้เป็นปกติ

มาเริ่มการซ่อมกันเลย

  • ใช้ไขควงปากแฉก (Phillips screwdriver) หมุนทวนเข็มนาฬิกา เพื่อเปิดฝ่าเมาส์ออก  บริเวณที่สกรูติดอยู่นั้นมักถูกใบรับประกัน (void sticker) ปิดบังเอาไว้ไม่ให้ใครถอดออกมา ดังภาพ

  • แกะฝาออกมา ซึ่งมีส่วนบนและด้านล่าง โดยใช้คุณสมบัติของพลาสติกในการทำเป็นตัวล็อค การถอดนี้ต้องใช้ทักษะนิดหนึ่ง ถ้ามือใหม่พยายามดึงฝาด้านบนมาข้างหลัง จะเป็นการปลดล็อคออก
  • ตัดสายที่คาดว่าขาดออก แนะนำว่าควรห่างไปจากตัวเมาส์มากกว่า 1 คืบ เพราะยังมีสายอีกยาว ตัดด้วยกรรไกร หรือคัตเทอร์ก็ได้ จากรูปด้านล่างนี้ ยังไม่ได้ตัดสาย 

  • เมื่อตัดสายแล้วให้ดึงถอดขั้ว connector ออกจากแผงวงจร เราจะไม่ใช้การต่อแบบนี้อีกแล้ว แต่จะบัดกรีเข้ากับวงจรโดยตรงด้านหลังแผง ดังภาพ (ที่สั่นเพราะถ่ายกลางคืน)
  • วิธีการดูง่าย ๆ ว่าสายเส้นสีอะไรเป็นเส้นแรก สอง สาม สี่ ห้า ก็ให้ดูที่ connector ที่เราใส่เปรียบเทียบ การบัดกรีก็ต้องใช้เครื่องมือ คือ หัวแร้งที่เสียบไฟให้ร้อน กับเส้นตะกั่วบัดกรี ให้ใช้ปลายหัวแร้งสัมผัสกับสายทองแดงที่ปอกไว้แล้ว จนร้อนเล็กน้อย ค่อย ๆ แหย่ลวดตะกั่วเข้าไปใกล้ ๆ จนสายทองแดงถูกหลอมด้วยตะกั่ว จะทำให้การบัดกรีกับขา connector ติดง่ายยิ่งขึ้น
  • เมื่อบัดกรีหมดทุกเส้นแล้ว ให้นำแผงไปใส่กลับที่ตัวเมาส์ตามเดิม เก็บสาย ปิดฝาขันสกรูให้เหมือนเดิม


เครื่องมือที่ใช้ในงานซ่อมเมาส์ครั้งนี้ ประกอบด้วย
  • หัวแร้ง
  • ไขควงชุด
  • คัดเตอร์
  • กรรไกร
  • ตะกั่วบัดกรี 

ผลการซ่อม เมาส์สามารถใช้งานได้ตามปกติ สามารถประหยัดเงินได้ 199 บาท

ซ่อมถังพลาสติกรั่ว ร้าว แตก

ถังพลาสติกราคาไม่แพง หากจะซื้อใหม่ ก็คงไม่ทำให้เดือดร้อน แต่หากจะต้องคำนึงถึงกว่าจะผลิตออกมาได้ ใช้ทรัพยากรหลาย ๆ อย่าง เช่น เม็ดพลาสติก พลังงานไฟฟ้า รวมทั้งแรงงาน หรือในกรณีที่นำไปรีไซเคิล ก็ต้องใช้หลายขั้นตอน อย่ากระนั้นเลย เรามาช่วยกันลดโลกร้อน นำมาซ่อมให้ใช้งานได้ดังเดิมกันดีกว่า นอกจากช่วยประหยัดเงินแล้ว ยังรักษาพลังงาน และลดภาวะโลกร้อนได้ด้วย

มาเริ่มกันเลยดีกว่า การอุดรอยรั่วจากวัสดุประเภทพลาสติก เขาจะใช้การอุดด้วยกาวพลาสติก โดยใช้เพียงปืนยิงกาว และกาวเท่านั้น ดังภาพ



ขั้นตอนการซ่อม
  • นำแท่งกาว ใส่ในตำแหน่งด้านท้ายของปืนยิงกาว  แล้วเสียบปลั๊กไฟปืนยิงกาว รอซักครู่ จนกระทั่งกาวร้อน
  • ทำความสะอาดพื้นผิวตรงรอยแตก รอยรั่ว แล้วเช็ดให้แห้ง
  • นำปืนยิงกาวไปหยอดกาวที่ละลายปิดรอยแตกของถังทั้งด้านนอกและด้านใน จะให้มีคุณภาพดีต้องใช้กาวให้หนาหน่อย จะทำให้แข็งแรงมากยิ่งขึ้น 
  • ให้รอจนกาวเย็น และแห้งสนิท จึงสามารถนำไปใช้ได้


จะซื้อเครื่องมือจากที่ไหน
  • ร้านขายอุปกรณ์ เครื่องมือช่างทั่วไป ราคาไม่แพง
  • กาวแท่งมี 2 ขนาด ขอให้ซื้อขนาดเท่ากันกับปืนยิงกาว
งานครั้งนี้ขอบอกว่า ใคร ๆ ก็ซ่อมได้ ทั้งชายและหญิง ขอแนะนำว่า สำหรับผู้ที่สนใจงาน DIY แต่ยังไม่กล้าทำสิ่งใด ๆ เลย ขอให้ทำงานนี้เป็นงานแรก เพราะจะเป็นการสร้างความมั่นใจว่า เราก็สามารถทำอะไรด้วยตนเองได้ ให้กำลังใจนะครับ





วันเสาร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2556

เปลี่ยนยางใน จักรยานเสือภูเขา

ในครั้งที่แล้วได้เปลี่ยนยางนอก ยางในจักรยานเสือหมอบทัวริ่ง ในครั้งนี้เสือภูเขายางแบนในระยะเวลาใกล้เคียงกัน ได้ตรวจสอบโดยการเติมลมเข้าไปใหม่ ปรากฏว่าลมที่เข้าไปก็รั่วทันที อย่างนี้แสดงว่าอาจจะรั่วเป็นรูใหญ่ หรือยางแตก หรือไม่ก็รั่วหลายรู จึงตัดสินใจเปลี่ยนยางในเลยดีกว่า

ในขั้นตอนการซื้อยางในอะไหล่ จักรยานประเภทเสือภูเขาจะใช้ยางในขนาด 26x1.75 - 26x2.0 แต่อย่างไรก็ตามให้ดูขนาดของยางนอกประกอบด้วย ยางในต้องไม่ใหญ่กว่ายางนอก สำหรับจักรยานที่ใช้ซ่อมในครั้งนี้ ใช้ยางใน 26x1.95 ยี่ห้อไทย ๆ ราคา 50 บาท ถ้ายางมียี่ห้อผลิตจากต่างประเทศราคาจะ 150 บาทขึ้นไป มีทั้งจุ๊บใหญ่และจุ๊บเล็ก

ขั้นตอนการซ่อม

  • จับจักรยานหงายเอาล้อชี้ฟ้า (กรณีพื้นสะอาด ราบเรียบ) เพื่อให้ง่ายต่อการถอด แต่มืออาชีพเขาจะมีตัวค้ำยกสูง จึงไม่ต้องยกล้อขึ้นบน เพราะอานมักจะราคาแพง หากสกปรกรู้สึกเสียดาย

  • ถอดตัวล็อกล้อ ด้วยการดึงออกมา แล้วหมุนทวนเข็มนาฬิกาทั้งสองด้าน ในกรณีนี้เป็นการถอดล้อหลัง ให้สังเกตการวางโซ่และเกียร์ด้วย ในตอนใส่กลับจะได้ใส่ในตำแหน่งเดียวกัน ดังภาพ

  • ถอดสายเบรคหลังออกจากตัวยึดรั้ง เพื่อให้ถอดล้อหลังออกมาได้ การถอดโดยการบีบเบรคเข้าหากันแล้วใช้นิ้วดึงสายเบรคให้ออกจากตัวล็อก (ตรงลูกศรชี้) ดังภาพ จากนั้นให้ถอดล้อออกมา

  • ใช้เครื่องมืองัดยางตัวแรกสอดเข้าไปในระหว่างวงล้อกับยางนอก แล้วนำปลายไปล็อกกับลวดซี่ล้อ นำเครื่องมืองัดยางอีกอันหนึ่ง สอดไปบริเวณใกล้เคียงกับอันแรกแล้วรูดไปให้ครบรอบวงล้อ เพื่อจะได้นำยางในออกมา ดังภาพ

  • เมื่อขอบยางนอกโผล่ออกมารอบวงล้อแล้ว ให้ถอดจุ๊บออกมาพร้อมกับดึงยางในออกมา ดังภาพ

  • ในขั้นตอนใส่ยางในกลับเข้าไป ให้ตรวจสอบว่ายางนอกมีอะไรตำติดอยู่หรือเปล่าโดยใช้มือลูบไปรอบ ๆ ภายในของยาง หากเจอให้เอาออกเสียก่อนมิฉะนั้นจะทำให้ยางรั่วแล้วรั่วอีก การใส่ยางในเข้าไปก็เพียงเติมลมเข้าไปเล็กน้อยเพื่อให้ใส่ยางในได้สะดวกและขอบยางไม่พับ โดยใช้นิ้วยัดเข้าไปให้รอบ แล้วใส่ขอบยางนอกเข้าไปในวงล้อระมัดระวังอย่าให้ขอบปลิ้นออกมา โดยการใช้เท้าเหยียบขอบให้รอบ เสร็จแล้วเติมลมพอตึง ๆ ยกล้อมากระแทกกับพื้นเบา ๆ ให้รอบวง เพื่อให้ยางกระจายตัวรอบวง และป้องกันยางในพับ

  • ถัดจากนั้นนำล้อไปใส่กลับดังเดิม จัดการใส่เบรคกลับ จัดตำแหน่งโซ่ เกียร์ แล้วเติมลมให้ตึงตามสมควร หมุนล็อกล้อให้แน่นโดยหมุนตามเข็มนาฬิกา จนเกือบแน่นแล้วพับงอตามตำแหน่งเดิม
  • ทดสอบด้วยการปั่นขี่ใกล้ ๆ ทดลองการทำงานของเบรคหน้าหลัง
สุดท้ายขอให้มีความสุขกับการปั่น เราทุกคนมีส่วนช่วยให้โลกลดร้อนได้ จงภาคภูมิใจและให้ปลอดภัย มีความสุขเมื่ออยู่หลังอานทุก ๆ คนครับ

วันศุกร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2556

เปลี่ยนยางนอก ยางในจักรยานหมอบทัวริ่ง

จักรยาน 2 ล้อ มีหลายชนิดที่นิยมใช้กันในบ้านเรา ได้แก่ จักรยานแม่บ้าน จักรยานเสือภูเขา หรือเมาเท็นไบค์ จักรยานเสือหมอบ หรือโรดไบค์ และจักรยานฟิกซ์เกียร์

การซ่อมโดยทั่ว ๆ ไป จักรยานจะไม่ค่อยสึกหรอ นาน ๆ จึงจะเปลี่ยนอะไหล่สักครั้งหนึ่ง แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องซ่อมบ่อย ๆ คือการปะยางใน ที่มักจะโดนเข็มลูกแม็ค เศษแก้ว หรือหนามตำให้รั่วซึม ระหว่างทาง

คนที่ปั่นจักรยานเป็นประจำมักจะเรียนรู้การปะ หรือเปลี่ยนยางด้วยตนเองให้ได้ แต่สำหรับบางคนแล้วมันเป็นสิ่งยากเย็นเสียเหลือเกิน ยอมเดินจูงไปหาร้านไกล ๆ แต่ไม่ยอมศึกษาถึงวิธีการซ่อม

ก่อนเปลี่ยนยางนอก ยางในให้เป็น เรามาทำความรู้จักกับขนาดของยางและล้อของจักรยานกันก่อน เพื่อจะได้บอกคนขายเขาถูก ไม่งั้นเขางงเหมือนกันนะ


  • จักรยานเมาเท็นไบค์ ส่วนใหญ่จะมีวงล้อขนาด 26 นิ้ว ดังนั้น การซื้อยางก็จะต้องบอกขนาดวงล้อ และความกว้างของหน้ายาง จึงต้องบอกว่า 26 นิ้ว หน้ากว้าง 1.5 จะเรียกกันว่า 26 x 1.5 ซึ่งเป็นขนาดที่เล็กที่เหมาะสำหรับปั่นถนนทางเรียบเน้นความเร็วเท่านั้น ข้อเสียคือมักโดนเศษแก้วเจาะเบา ๆ แล้วจะรั่วได้ง่าย นอกจากนั้นก็จะมีขนาดหน้ายางขนาดใหญ่ขึ้นมาเรื่อย พร้อมกับมีดอกยางใหญ่ขึ้นด้วย เช่น 26x1.75, 26x1.95, 26x2.0, 26x2.2 และ 26x2.5 ซึ่งขนาดใหญ่เหมาะสำหรับปั่นขึ้นภูเขา ลงแทร็ค ล้มยาก แต่มีข้อเสียคือ น้ำหนักมาก
  • จักรยานเสือหมอบ ส่วนใหญ่จะมีหน่วยเป็นมิลลิเมตร ได้แก่ ล้อ 700c ขนาดหน้ากว้างของยางจะเล็กมาก ได้แก่ 20c ดังนั้น จึงเรียกว่า ยาง 700x20c นอกจากนี้จะมีขนาด 700x23c เป็นต้น แต่เสือหมอบญี่ปุ่น อิตาลี่ หรืออังกฤษเก่า ๆ จะมีล้อขนาด 26x1 3/8 หรือ 27, 28 นิ้วก็มี แต่อะไหล่จะยากตามไปด้วย
  • จักรยานแม่บ้านรุ่นใหม่ ส่วนใหญ่จะมีขนาด 24 นิ้ว และ 26 นิ้ว แต่ถ้าเป็นเฟสสันรุ่นเก่า หือตราจรเข้ จะใช้ขนาด 26x1 3/8 
จักรยานของผมเป็นจักรยานประเภททัวริ่ง รุ่นเก่า แฮนด์แบบเสือหมอบ ยี่ห้อบริดซ์สโตน รุ่น roadman ไม่รู้มือที่เท่าไร ได้มาจากมาเลเซีย ขนาดพอดีกันเหลือเกินกับร่างกาย จึงชอบใช้คันนี้เป็นประจำทั้งที่น้ำหนักรถมากกว่า 14 กก. แต่เวลาลงเขา ไหลอย่าได้มีใครมาขวางหน้านะ ถ้าต้องเบรคมีเคือง ฮา  

ขนาดของล้อรุ่นนี้ใช้ 26x1 3/8 ตรงกับขนาดของรถเฟสสันหรือจรเข้ ทำให้หาอะไหล่ได้ง่ายราคาถูก หาซื้อที่ร้านขายอะไหลมอเตอร์ไซต์ได้เลย ยางในราคา 50 บาท ยางนอก 100 บาท ถูกมาก ๆ แต่ถ้าหากไปซื้อร้านขายอะไหล่จักรยานโดยตรงได้อีกราคาหนึ่งคือ ยางใน 80 ยางนอก 220 บาท ยิ่ห้อเดียวกันแต่ขายราคาต่างกัน มันยังไงกันเนี่ย พ่อค้า

มาถึงขั้นตอนการซ่อมกันเลยดีกว่า

  • ขั้นตอนการถอดล้อ แนะนำให้แขวนรถโดยการแขวนเบาะนั่งเพื่อให้ยกล้อให้สูงขึ้นจากพื้นทำให้ถอดล้อได้ง่าย ใช้ประแจแหวนเบอร์ 15 มม. ถอดโดยการหมุนทวนเข็มนาฬิกา ทั้งด้านซ้ายและขวา ในภาพเป็นการสาธิตถอดล้อหลังที่มีเกียร์ซึ่งยากกว่าล้อหน้า


  •  นำล้อมาวาง ใช้ตัวงัดยางอันที่หนึ่งสอดด้านโค้งงอเข้าไปในยาง งัดออกมาโดยเอาปลายอีกด้านมาล็อกกับลวดซี่ล้อ ใช้ตัวงัดยางอีกอันหนึ่งสอดกับยางบริเวณใกล้กัน แล้วทำการรูดให้ยางออกมานอกขอบล้อ จนหมดทั้งล้อ ดังภาพ

  • ในกรณีต้องการปะยางก็ให้ถอดยางในออกมาปะ แล้วใส่กลับ แต่ก่อนใส่กลับควรตรวจสอบว่าสาเหตุที่ทำให้ยางรั่วนั้นมันติดอยู่ที่ล้อยางนอกหรือไม่ โดยการเอามือลูบจากด้านในของยาง แต่ในกรณีที่เปลี่ยนทั้งยางในและยางนอก ให้ถอดยางในออกมา แล้วค่อยถอดยางนอกออกมา การถอดยางในก็เริ่มถอดจากจุ๊บยางออกก่อนแล้วค่อย ๆ ดึงออกมาทั้งหมด ยางนอกอาจใช้เท้าทั้งสองขึ้นเหยียบให้ยางออกมาก็ง่ายดี
  • การใส่ยางเส้นใหม่กลับเข้าไป ให้เริ่มจากใส่ยางนอกก่อน โดยใช้ตัวงัดยางใส่ขอบด้านใดด้านหนึ่งเข้าไป ขั้นตอนนี้ไม่ยากอะไร ดังภาพ

  • จากนั้นให้ใส่ยางในเข้าไป โดยเริ่มจากใส่จุ๊บที่สูบลมยางเข้าไปก่อน ใช้ที่สูบลม สูบลมเข้าเล็กน้อยเพื่อให้ใส่ยางได้ง่าย และไม่ให้ยางพับ จัดการจุกยางในเข้าไปวงล้อให้รอบ ดังภาพ

  • ขั้นตอนถัดไป ให้นำขอบยางนอกใส่เข้าไปในวงล้อจนรอบวง แต่ในขั้นตอนนี้จะทำยากนิดหนึ่ง เพราะยางขนาดนี้จะใส่ยากกว่ายางจักรยานเสือภูเขา จึงต้องใช้เท้าเหยียบเมื่อใกล้จะรอบวง ดังภาพ

  • เมื่อยางนอกเข้าในวงล้อรอบแล้ว ต่อจากนั้นให้สูบลมเข้าอีกเล็กน้อย จัดการนำยางมากระแทกกับพื้นเบา ๆ ให้กระแทกกับพื้นโดยหมุนรอบวง ทั้งนี้เพื่อให้ยางในไม่พับโดนขอบล้อทับ ซึ่งมีผลทำให้ยางรั่วซึมได้  เมื่อได้แล้วก็ให้เติมลมจนดึงพอดีกับการขับขี่
  • นำล้อใส่กลับเข้าไปที่เดิม โดยให้พิจารณาการวางตำแหน่งของโซ่และเฟืองเกียร์ให้ถูกต้อง ดังภาพ ถัดจากนั้นเป็นการหมุนน็อตกลับเข้าตามเดิมทั้งสองด้าน หมุนกลับตามเข็มนาฬิกา


ก่อนนำไปใช้ ควรตรวจสอบการขันน็อตทุกตัวว่าแน่นแล้วยัง ตรวจสอบเบรคทั้งหน้าและหลังว่าทำงานปกติหรือไม่

สุดท้ายขอให้ชาวจักรยานปั่นขี่บนท้องถนนปลอดภัยทุก ๆ คน และขอให้ตระหนักว่า เราเป็นผู้น้อยอย่าได้โมโหโกรธาเมื่อเพื่อนร่วมถนนมีพฤติกรรมขับรถมาเบียดบังพื้นที่อันน้อยนิดของเรา หลบได้ก็ขอให้หลบเสีย ให้อภัยซึ่งกันและกัน และเมื่อเราได้โอกาสขับขี่รถยนต์บ้างก็ขอให้เห็นใจคนขี่จักรยาน เหมือนกับที่เราอยากให้เขาเป็น

comment from facebook