วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2558

Lancer E-Car ปี 1993 รหัส 4G15 หม้อน้ำร้อน เข็มความร้อนสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และวิธีซ่อมแก้ปัญหา

สัปดาห์ที่แล้ว จะไปติดต่อชำระเงินค่าเทอมให้ลูกผ่านธนาคาร แล้วจะไปตัดผมต่อ ระยะทางจากบ้านไปธนาคาร แล้วต่อไปยังร้านตัดผมไม่เกิน 10 กิโลเมตร ปรากฏว่ารถคันโปรดก็มีอันความร้อนขึ้น โชคดีที่เห็นเสียก่อน จึงต้องหยุดดับเครื่อง แวะที่ปั๊มมัน เช็คหม้อน้ำ อาการของน้ำเดือดในหม้อน้ำ ดันไปเข้าถังพักจนล้นไหลนองลงพื้น

อาการแบบนี้ของคันนี้ ตั้งแต่ซื้อมาใหม่จนปัจจุบัน รวม 21 ปีเกิดขึ้น 3 ครั้งแล้ว จึงไม่ต้องตกใจมาก
สิ่งแรกที่ต้องจัดการคือ


  • ดับเครื่องยนต์ แล้วบิดกุญแจรถไปที่ตำแหน่ง On เปิดแอร์เบอร์ 1 ให้พัดลมระบายอากาศของ Condenser แอร์ทำงานสักระยะหนึ่ง เพื่อให้ระบายความร้อนของเครื่องยนต์ ให้เย็นเร็วขึ้น
  • ใช้น้ำราดไปที่หม้อน้ำ จนหม้อน้ำเย็น จะสังเกตเห็นว่า เมื่อหม้อน้ำเย็นแล้ว น้ำที่ถังพักจะไหลกลับไปยังหม้อน้ำตามเดิม
  • เปิดฝาปิดหม้อน้ำออกมาดู เพื่อเติมน้ำ (ต้องแน่ใจว่า หม้อน้ำเย็นลงแล้ว เพราะมิฉะนั้น น้ำที่เดือดจะดันเอาไอน้ำร้อนมาลวกใบหน้า มือ ผู้เปิดได้) แต่ถ้าเป็นช่างที่เขารับซ่อมหม้อน้ำ เขาจะไม่เสียเวลารอจนเย็น เขาจะใส่ถุงมือ แล้วใช้กระสอบป่านปิดคลุมหม้อน้ำไว้ ใช้มือบิดฝาหม้อน้ำออกมา ไอความร้อนจะไม่ผ่านกระสอบป่านมายังคนเปิด
  • เปิดรูระบายน้ำ ของหม้อน้ำ ซึ่งอยู่ด้านล่างของหม้อน้ำ ต้องใช้มือล้วงลงไปหมุนทวนเข็มนาฬิกาให้น้ำออกมาจนหมด จะเห็นว่าน้ำในหม้อน้ำของเราสกปรกมากน้อยเพียงไร เพื่อตรวจสอบว่าหมอน้ำของรถตันหรือไม่ด้วย
  • เมื่อน้ำออกจนหมด ให้ใช้สายยางเติมน้ำลงไป แต่เนื่องจากเรายังไม่ปิดรูระบายน้ำ น้ำจึงไหลลงด้านล่าง เป็นการล้างหม้อน้ำอย่างง่าย ๆ เบื้องต้น
  • เมื่อเห็นว่า น้ำที่ไหลออกมาสะอาดแล้ว ก็ให้ปิดรูระบายน้ำ แล้วเติมน้ำจนเต็ม แล้วจึงปิดฝาหม้อน้ำให้สนิท
  • ทดลองสตาร์ทรถ ดูอาการว่าเข็มความร้อนขึ้นสูงอีกหรือไม่ (ต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร แต่ถ้าระยะห่างไม่ไกลจากบ้าน ก็สามารถขับกลับบ้านได้ แต่ถ้าเครื่องร้อนอีกก็ให้ดับเครื่อง แล้วเปิดพัดลมแอร์อีกครั้ง
ทีนี้มาดูวิธีการซ่อม และการวิเคราะห์กัน

           สาเหตุที่เกิดความร้อนของหม้อน้ำ ในกรณีที่พัดลมระบายความร้อนยังทำงานเป็นปกติ และน้ำไม่รั่วจากท่อ มีอยู่ด้วยกัน 2 สาเหตุ ได้แก่ 
  1. หม้อน้ำซึ่งทำหน้าที่ระบายความร้อน เกิดตันขึ้นมา เพราะภายในหม้อน้ำจะมีทางเดินของน้ำเป็นคลีบอลูมิเนียมเล็ก ๆ ไปมาระหว่างจากบนไปล่าง หากมีสนิมน้ำหรือตะกรันมาอุดช่องเหล่านี้จะเป็นการปิดกั้นไม่ให้น้ำไหลผ่านไปได้ น้ำจึงไม่ไหลให้ครบรอบการทำงานของมัน
  2. วาล์ว หรือ เทอร์โมสตัต (thermostat) เสื่อม หรือเสีย วาล์วนี้ทำงานปิดเปิดน้ำให้ไหลครบวงจรของเครื่องยนต์ ตอนเครื่องเย็น วาล์วนี้จะปิด แต่เมื่อน้ำร้อนแล้ว วาล์วจะค่อย ๆ เปิดออก นำ้จะไหลเวียนครบวงจร
จากการวิเคราะห์ครั้งนี้ ผมวิเคราะห์ว่า เกิดจากวาล์วเสีย ไม่ยอมเปิดออกมา ทำให้น้ำไม่วน เพราะจะเห็นว่ามีแรงดันที่หม้อน้ำ ตอนดับเครื่องยนต์แล้ว จะได้เย็นเสียงหม้อน้ำสั่น ๆ มีสภาพความดันภายในสูง

มาดูวิธีการเปลี่ยนวาล์วหรือเทอร์โมสตัตกันเลยครับ (ตำแหน่งที่อยู่ของเทอร์โมสตัตจะอยู่ด้านล่าง ข้าง ๆ ฝาครอบกรองอากาศ ที่เห็นมีท่อน้ำขนาดใหญ่จากหม้อน้ำไปเสียบอยู่นั่นแหละ)





ตำแหน่งของเทอร์โมสตัต


ขั้นตอนมีดังนี้

  • ถ่ายระบายน้ำในหม้อน้ำออกมา
  • ถอดสายยางที่กีดขวางการถอดวาล์วออกมา ถ้าไม่ชำนาญให้จดตำแหน่ง หรือถ่ายรูปเก็บไว้ก็ได้ เพราะตอนใส่กลับจะได้ใส่ได้ถูกต้อง ถอดโดยใช้คีมหนีบเอาสายรัดออกมาพร้อมท่อ


  • ใช้ประแจแหวน หรือประแจบล็อกเบอร์ 12 ซึ่งมีอยู่ 2 ตัว หมุนทวนเข็มนาฬิกา


  • เปิดฝาออกมา จะเห็นวาล์วน้ำ วางอยู่บนร่องบ่า ใช้คีมจับดึงออกมา ซึ่งวาล์วตัวนี้ไม่มีสิ่งใดมาล็อกเลย
  • เอาวาล์วไปเป็นตัวอย่างในการซื้อ ใครใคร่ซื้อกับร้านขายอะไหล่ยนต์หรือซื้อกับตัวแทน Mitsubishi ก็แล้วแต่ความสะดวก แต่ในครั้งนี้ซื้อกับดีลเลอร์ เป็นของแท้ ราคา 824 บาท แม้ว่าเราจะเอาตัวอย่างไปด้วย พนักงานขายจะถามย้ำอีกว่า รถรุ่นอะไร ต้องตอบว่า อีคาร์ 4G15 คาร์บิวรุ่นสุดท้าย เพื่อความมั่นใจ ภายในวาล์วเขาจะมีปะเก็นมาด้วย แล้วอย่าลืมซื้อกาวปะเก็นของทรีบอนด์มาด้วยเพราะต้องใช้คู่กัน
  • ก่อนใส่วาล์วต้องใช้กระดาษทรายขัดเหล็ก ขัดที่บ่าวาล์วทั้งสองด้าน เพราะว่ารถยนต์ที่ใช้มานานจะมีตะกรัน มากัดกินโลหะ เกิดตามด (leak) ซึ่งอาจจะทำให้น้ำรั่วออกมาได้

  • ทากาวปะเก็นทรีบอนที่ฝาปิดทั้งสองด้าน

  • นำวาล์ววางลงไปในร่อง เหมือนกับตอนถอดออกมา
  • เอาด้านบนปิด แล้วยึดขันน็อตจนแน่น (หมุนตามเข็มนาฬิกา) รอให้กาวแห้งแล้วค่อยเติมน้ำให้เต็มหม้อน้ำ จึงสตาร์ดรถได้

เมื่อทดลองนำมาขับใช้งานระยะทางไกล ๆ ปรากฏว่าข้อวินิจฉัยที่เราได้วินิจฉัยไว้ถูกต้อง เครื่องยนต์ไม่ร้อน เข็มความร้อนอยู่ในตำแหน่งตรงกลางตามปกติ หากว่าเราไม่ทำเอง ร้านอาจจะวิเคราะห์ว่าหม้อน้ำตัน ซ่อมหม้อน้ำ หรือแนะนำให้เปลี่ยนหม้อน้ำใหม่ก็ได้ โดยเฉพาะคนที่เขาดูแล้วว่าไม่มีความรู้ เขาจะเปลี่ยนโน่น นี่ นั่น แล้วแต่เขาจะบอก ซึ่งโดยทั่วไปของรถรุ่นนี้เขาจะทำทีเดียว 2 อย่างคือ ถอดหม้อน้ำไปให้ร้านรับล้างหม้อน้ำ และเปลี่ยนวาล์ว อาจต้องเสียค่าใช้จ่ายมากกว่านี้  

งานชิ้นนี้คนที่ไม่มีความรู้ทางเครื่องยนต์สามารถทำได้ครับ เพียงแต่ใจของเราบอกกับเราว่า "ไม่มีสิ่งใดที่เราทำไม่ได้ ตราบใดที่ยังมี google กับ youtube อยู่"

สุดท้ายขอให้ชาวอีคาร์ และผู้ที่หลงไหลรถเก่า หรือกลุ่มรักรถ vintage จงอนุรักษ์ รักษาสภาพรถของเราให้ใช้งานได้ตลอด หมั่นเช็คสนิมอย่าให้ได้มากล้ำกราย (ยกเว้นสนิมหลังคา 555)  รักษาความสะอาด ให้คนทั่วไปได้เห็นว่ารถอีคาร์ อึด ทน ทาน มีอะไหล่ในท้องตลาด และยังคงเห็นรถรุ่นนี้ยังวิ่งอยู่บนถนนมากกว่ายี่ห้ออื่น ๆ (ปีที่ผลิตเดียวกัน) อยู่เสมอ

2 ความคิดเห็น:

comment from facebook